วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

WIRE GUIDANCE CONTROL




วัตถุประสงค์

1. เพื่อศึกษาการใช้ Wire Guidance ในโรงงานที่ใช้ระบบ AGV
2. เพื่อทำการวัดความแรงของสัญญาณซึ่งได้จากขดลวดตรวจจับ

Brackground



AGV (Automated Guided Vehicles)
                ระบบAGV เป็นหนึ่งในระบบการขนส่งที่ใช้ในอุตสาหกรรม เป็นระบบอัตโนมัติที่ทำงานตามคำสั่งจากการเขียนโปรแกรมลงไปเพื่อเป็นการนำทางในการเคลื่อนย้ายสินค้าไปรอบ ๆ สถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บ มีหลายวิธีด้วยกันเช่น ใช้สายไฟฟ้าฝังลงในพื้นดินและเซ็นเซอร์แม่เหล็กหรือใช้แถบสีและเซ็นเซอร์แสง





ข้อดีของระบบAGV
1.        สามารถติดตามและตรวจสอบภายใต้การควบคุมของคอมพิวเตอร์
2.        ประลดการใช้บุคลากรในการทำงาน
3.        สามารถควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้าได้มากกว่าเดิม
4.        ลดอัตราความเสียหายและเสียงดังรบกวนที่เกิดจากการขนส่ง
5.        สามารถออกแบบเส้นทางในการขนส่งได้
6.        มีความปลอดภัยสูงมากกว่าเดิมในสภาพแวดล้อมที่อันตราย
7.        สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับระบบอื่นๆในโรงงานได้
8.        ลดเวลาที่ใช้ในการขนส่ง
9.        สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำและถูกต้อง
10.     ประหยัดค่าใช้จ่ายและช่วยลดพื้นที่ในการจัดเรียงสินค้า


ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (AGV)
          เป็นรถที่มีการขับเคลื่อนโดยไม่มีคนขับแต่จะขับเคลื่อนด้วยแบตเตอร์รี่ โดยเคลื่อนไปตามทางบนเส้นลวดที่ฝังไว้ใต้พื้นของโรงงาน  สามารถควบคุมเส้นทางเดินของรถได้โดยคอมพิวเตอร์  ในปัจจุบันมีการใช้อัลกอริทึม (algorithms) หลาย ๆ แบบเพื่อการคำนวณเส้นทางของลวดที่จะฝังลงบนพื้นและคำนวณเส้นทางที่น่าพอใจที่สุดของรถจากจุดเริ่มต้นไปสู่จุดหมาย  เส้นทางที่กล่าวถึงจะเป็นแบบการใช้เซ็นเซอร์แม่เหล็กและลวดนำทาง (active  guide  wire) ฝังไปในพื้นดิน ซึ่งตำแหน่งของเส้นลวดจะอยู่ตรงกลางระหว่างขดลวดทั้งสองที่ติดกับรถAGVดังรูปที่1    




    

รูปที่1 The Principle of Wire Guidance used in AGV



 Wire Guidance Control 

              ส่วนประกอบของการนำทางของ AGV ประกอบด้วยตัวนำทิศทางระบบซึ่งปล่อยรถออกและควบคุมการนำทาง  การติดต่อกับรถทำได้โดยลวดนำทางซึ่งฝังไว้ใต้พื้น  ตัวนำระบบถูกติดต่อกับรถทั้งหมดตลอดเวลา  แต่ละคันมีความถี่นำทางของมันเองและตามลวดนำทางไปกับการช่วยของตัวตรวจรู้ (sensor) ความถี่การติดต่อระดับสูงกว่าถูกใช้สำหรับการถ่ายทอดข้อมูลระหว่างตัวนำระบบกับแผงคอมพิวเตอร์ (on-board computers) ดังนั้นตัวนำระบบจะได้รับการแจ้งตลอดเวลาเกี่ยวกับตำแหน่งและสภาวะของการยกของรถ  ตำแหน่งของรถสามารถแสดงได้บนสถานี (terminal) วัสดุซึ่งอยู่บนรถถูกกำหนดโดยการอ่านสัญลักษณ์บาร์โค๊ด (bar code) และข่าวสารถูกถ่ายทอดไปโดยช่องของข้อมูลไปยังตัวนำระบบ  การเดินทางของรถทั่วทั้งโรงงานถูกกำหนด ณ จุดยุทธศาสตร์เนื่องจากผลตอบสนองในพื้นและตัวรับในรถ ณ จุดที่กำหนดรถได้รับคำแนะนำในการติดตามเส้นทางที่ให้ไว้  โดยการเลือกเส้นทางเดินให้แก่ AGVนั้นจะขึ้นอยู่กับความถีและสามารถสวิตซ์เส้นทางเดินได้       


รูปที่2  Typical Path of a Wire Guided AGV




  
หน้าที่ที่จำเป็นของตัวนำระบบมีดังนี้
                1. การเลือกของรถและการจัดการกับรถที่ว่าง
                2. การควบคุมของการจัดสรรลำดับของรถ
                3. การเก็บข้อมูลของตัวขนถ่าย
                4. การควบคุมของทิศทางที่ถูกต้อง










ขั้นตอนการทดลอง
1.วางขดลวดตรวจจับเพื่อให้เส้นลวดอยู่ตรงกลางระหว่างสองขดลวด

2.ทำการเชื่อมต่อขดลวดตรวจจับทั้งสองขดลวดกับ ch.1 และ  ch.2 ของสโคปออสซิเลเตอร์  โดยอาจจะต้องปรับความถี่เพื่อให้ค่าเฟสที่ออกมาระหว่าง ch.1 และ  ch.2 มีค่า180°ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสม

3. กดฟังก์ชั่น MATH ของสโคปออสซิเลเตอร์
4.จากเมนูให้เลือก A + B ซึ่งเป็นผลรวมของ ch.1 และ  ch.2 (หรือ A + B) โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นสัญญาณสีม่วงแสดงบนหน้าจอของสโคปออสซิเลเตอร์
5.วัดความกว้าง(Vpp)และเฟสของ A + B ซึ่งเป็นฟังก์ชันของ offset distanceในช่วง 1-20 มิลลิเมตรไปทางขวาและซ้ายโดยเพิ่มหหรือลดครั้งละ 5 มิลลิเมตร
6 พล็อตกราฟผลที่ได้จาก 5. โดยแกนแนวตั้งเป็นแรงดันไฟฟ้าขาออกและแกนนอนเป็นระยะทางสำหรับ offset



ผลการทดลอง
Offset (mm)
-20
-15
-10
-5
0
5
10
15
20
Vpp (mV)
44
78
96
74
16
86
110
86
52
Phase
180°
179°
180°
180°
180°
182°
179°
180°
180°

 




สรุปผลการทดลอง
จากการทดลองเรื่องWire Guidance Control เพื่อศึกษาการใช้งาน Wire GuidanceในระบบAGVที่ใช้กันในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆจะทำให้เห็นถึงค่าแรงดันและPhaseที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อระยะoffsetมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งที่ระยะoffsetเท่ากับ 10 มิลลิเมตร จะมีแรงดันสูงที่สุดคือ 110 มิลลิโวลต์ และมีPhase 182° ส่วนในทางลบที่ระยะoffsetเท่ากับ -10มิลลิเมตร จะมีแรงดันสูงที่สุดเช่นกันคือ 96 มิลลิโวลต์ และมีPhase 180° ซึ่งเราสามารถหาความสัมพันธ์ของค่าoffsetและแรงดันโดยการพล็อตกราฟความสัมพันธ์ระหว่างค่าทั้งสองได้           
                                    

วิจารณ์ผลการทดลอง
จากการทดลองทำให้ทราบว่าในการทดลองเราจะต้องปรับค่าความถี่ให้เหมาะสมโดยสังเกตจากphase shiftที่เกิดจากระยะห่างของขดลวดทั้งสองกับเส้นลวดทองแดงให้สมดุลกัน ซึ่งในการทดลองอาจมีค่าความคลาดเคลื่อนหรือความผิดพลาดอันเนื่องมาจากค่าที่บันทึกได้โดยการวัดด้วยออสซิโลสโคปนั้นไม่หยุดนิ่งผู้ทำการทดลองจึงต้องประมาณค่าเพื่อบันทึกผล นอกจากนี้ในการปรับระยะoffsetนั้นเราใช้สเกลไม้บรรทัดจึงมีความละเอียดสูงสุดในหน่วยมิลลิเมตรเท่านั้นและnoiseที่เกิดขึ้นในสัญญาณก็ทำให้ค่าที่วัดได้นั้นคลาดเคลื่อนไปเช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น