วัตถุประสงค์
:
1
เพื่อศึกษาคุณสมบัติของ HALL EFFECT SENSOR
2 เพื่อศึกษาการนำ HALL EFFECT SENSOR ไปใช้ในการวัดระยะเชิงมุม
2 เพื่อศึกษาการนำ HALL EFFECT SENSOR ไปใช้ในการวัดระยะเชิงมุม
3 เพื่อศึกษาการนำ HALL
EFFECT SENSOR ไปใช้ในการวัดระยะเชิงเส้น
บทนำ
ทฤษฎี
ตัวรับรู้ฮอลล์
(Linear
Hall sensor)
ตัวรับรู้ฮอลล์เป็นวงจรรวมที่ทำให้เกิดความต่างศักย์ซึ่งเป็นสัดส่วนตรงกับความเข้มของสนามแม่เหล็กที่ผ่านในแนวดิ่ง
เมื่อนำตัวรับรู้ฮอลล์ไปต่อกับโวลต์มิเตอร์ แล้วนำไปวางใกล้บริเวณที่มีสนามแม่เหล็กก็จะทำให้ทราบค่าความเข้มของสนามแม่เหล็กได้
ตัวรับรู้ฮอลล์สามารถวัดสนามแม่เหล็กในบริเวณใกล้แม่เหล็กถาวร
สนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นบริเวณปลายโซเลนอยด์และสนามแม่เหล็กใกล้เส้นลวดตัวนำที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านได้
ตัวรับรู้ฮอลล์ (Linear Hall sensor)
การทำงานของตัวรับรู้ฮอล์
เมื่อนำแม่เหล็กเข้าใกล้ active area ของตัวรับรู้ฮอลล์ ความต่างศักย์จะมีค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับทิศของสนามแม่เหล็ก กล่าวคือถ้านำขั้วใต้เข้าใกล้ ความต่างศักย์จะมีค่าเพิ่มขึ้น แต่ถ้านำขั้วเหนือเข้าใกล้ ความต่างศักย์จะมีค่าลดลง ความต่างศักย์ที่เปลี่ยนไปมีความสัมพันธ์กับความเข้มของสนามแม่เหล็กหรือความหนาแน่นฟลักซ์แม่เหล็ก (magnetic flux density) ดังนี้
เราสามารถวัดสนามแม่เหล็กได้สะดวกและรวดเร็วโดยใช้ตัวรับรู้ฮอลล์
(Linear
Hall sensor) ซึ่งทำงานโดยอาศัยหลักการของปรากฏการณ์ฮอลล์ (Hall
effect)
Hall Effect
ปรากฏการณ์ฮอลล์
(Hall
Effect) หรือฮอลล์เอฟเฟค เป็นปรากฏการณ์ทางไฟฟ้าที่ค้นพบโดย เอ็ดวิน
ฮอลล์ (Edwin Hall) ในปี พ.ศ. 2422
สิ่งที่เขาค้นพบมีหลักการโดยสรุปดังนี้
แผ่นตัวนำที่มีกระแสไหลผ่านเมื่อมีฟลักซ์แม่เหล็ก (Magnetic
Flux) มากระทำในทิศทางตั้งฉากกับแผ่นตัวนำ จะทำให้เกิดสนามไฟฟ้าหรือแรงดันเรียกว่าแรงดันฮอลล์
(Hall Voltage) ขึ้นที่ตัวนำในทิศทางตั้งฉากกับกระแสและฟลักซ์แม่เหล็ก
เมื่อจ่ายกระแสคงที่ให้แผ่นตัวนำจะทำให้กระแสไหลผ่านแผ่นตัวนำอย่างคงที่
โดยอิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่จากขั้วลบไปขั้วบวก
เมื่อมีฟลักซ์แม่เหล็กมากระทำกับแผ่นตัวนำในทิศทางตั้งฉากจะทำให้ประจุพาหะ
(Charge
Carrier) ขงตัวนำเบี่ยงเบนไปด้านบนของตัวนำ จากรูป
ประจุพาหะเป็นอิเล็กตรอนมีประจุเป็นประจุลบทำให้ด้านบนของแผ่นตัวนำมีขั้วไฟฟ้าเป็นลบ
ส่วนด้านล่างของแผ่นตัวนำจะมีขั้วตรงข้ามกับด้านบนนั่นคือมีประจุบวก
เมื่อวัดความต่างศักย์ระหว่างด้านบนกับด้านล่างทำให้ได้แรงดันไฟฟ้าออกมาเป็นแรงดันลบ
โดยขนาดของแรงดันที่วัดได้จะขึ้นอยุ่กับความหนาแน่นของฟลักซ์แม่เหล็กที่มากระทำ
หากความเข้มสนามแม่เหล็กมากก็จะทำให้เกิดแรงดันมาก และถ้าความเข้มสนามแม่เหล็กน้อย
แรงดันก็จะน้อยตามไปด้วย
รูปแสดงการเกิดปรากฎการณ์เกิด
Hall
Effect
ส่วนกรณีที่มีการกลับขั้วแม่เหล็กจะทำให้แรงดันเอาท์พุตกลับขั้วกับกรณีที่กล่าวมา
ตัวนำที่มีประจุพาหะเป็นอิเล็กตรอนได้แก่
ตัวนำไฟฟ้าทั่วไป สารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น (N-Type) ส่วนตัวนำที่มีประจุพาหะเป็นประจุบวกได้แก่ สารกึ่งตัวนำชนิดพี (P-Type)
ปัจจุบัน Hall Effect จะอยู่ในรูปของวงจรรวมหรือ
IC (Integrated Circuit) ที่ทำมาจากสารกึ่งตัวนำ
เนื่องจากสารกึ่งตัวนำจะให้แรงดันเอาท์พุตสูงกว่าตัวนำไฟฟ้าทั่วไป
เครื่องมือและอุปกรณ์
|
รายการ
|
จำนวน
|
|
ชุดการทดลอง Hall Effect Sensor
|
1
|
|
แม่เหล็ก
|
1
|
|
แหล่งจ่ายไฟตรงปรับค่าได้
|
1
|
|
DC Voltmeter
|
1
|
ขั้นตอนการทดลอง
1. ต่อวงจรตามรูปที่
1 (ห้ามใช้แรงดันเกิน 8 โวลต์ เนื่องจากจะทำให้sensor
เสียได้)
รูปที่1 วงจรสำหรับทดลอง
2.
วางแม่เหล็กตรงจุดศูนย์กลางของวงกลม ในแนวมุม 0 องศา ดังรูปที่2 บันทึกค่าแรงดันoutput ของ sensor
วางแม่เหล็กตรงจุดศูนย์กลางของวงกลม ในแนวมุม 0 องศา ดังรูปที่2 บันทึกค่าแรงดันoutput ของ sensor
รูปที่2
3. หมุนแม่เหล็กไปทีละ
10 องศาพร้อมกับบันทึกค่าแรงดันoutput ของ sensor
4. พล๊อตกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างมุมของแม่เหล็กกับแรงดันoutput ของ sensorที่วัดได้
5. วางแม่เหล็กตรงจุดศูนย์กลางของวงกลมในแนวมุม
90องศา ดังรูปที่3 บันทึกแรงดันoutput ของงsensor
รูปที่3
6. เลื่อนแม่เหล็กไปทางขวาทีละ
1มิลลิเมตร พร้อมกับบันทึกค่าแรงดันoutput ของ sensor
7. เลื่อนแม่เหล็กไปทางซ้ายทีละ
1มิลลิเมตร พร้อมกับบันทึกค่าแรงดันoutput ของ sensor
8. พล๊อตกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างระยะทางของแม่เหล็กที่เลื่อนไปกับแรงดันoutput
ของ sensorที่วัดได้
9. ลดแรงดันของแหล่งจ่ายไฟตรงลงแล้วสังเกตดูว่าการเปลี่ยนแปลงที่แรงดดันoutput
ของ sensor
ผลการทดลอง
ตาราง : แสดงค่าแรงดันoutput ของ sensorที่วัดได้จากการหมุนแม่เหล็กไปทีละ 10 องศา
|
ค่ามุม(องศา)
|
แรงดันoutput (volt)
|
|
0
|
3.126
|
|
10
|
3.202
|
|
20
|
3.322
|
|
30
|
3.404
|
|
40
|
3.460
|
|
50
|
3.598
|
|
60
|
3.526
|
|
70
|
3.500
|
|
80
|
3.482
|
|
90
|
3.494
|
|
100
|
3.379
|
|
110
|
3.500
|
|
120
|
3.410
|
|
130
|
3.263
|
|
140
|
3.008
|
|
150
|
3.107
|
|
160
|
3.158
|
|
170
|
3.162
|
|
180
|
2.734
|
|
190
|
2.519
|
|
200
|
2.365
|
|
210
|
2.166
|
|
220
|
1.902
|
|
230
|
1.419
|
|
240
|
1.152
|
|
250
|
1.026
|
|
260
|
0.962
|
|
270
|
0.776
|
|
280
|
0.664
|
|
290
|
0.462
|
|
300
|
1.358
|
|
310
|
1.651
|
|
320
|
2.748
|
|
330
|
2.740
|
|
340
|
2.754
|
|
350
|
2.862
|
|
360
|
3.018
|
ตาราง : แสดงค่าแรงดันoutput ของ sensorที่วัดได้จากการวางแม่เหล็กตรงจุดศูนย์กลางของวงกลมในแนวมุม
90องศาที่ตำแหน่งระยะห่างจากsensor
|
ระยะห่างจากsensor (มิลลิเมตร)
|
แรงดันoutput (volt)
|
|
0
|
3.563
|
|
1
|
3.392
|
|
2
|
3.212
|
|
3
|
3.134
|
|
4
|
3.032
|
|
5
|
2.976
|
|
6
|
2.931
|
|
7
|
2.900
|
|
8
|
2.867
|
|
9
|
2.838
|
|
10
|
2.816
|
สรุปผลการทดลอง
จากการทดลองเรื่อง Hall Effect Sensor ทำให้เราทราบถึงคุณสมบัติของ Hall Effect Sensor ที่สามารถวัดค่าความเข้มของฟลักซ์แม่เหล็ก
เมื่อความเข้มมีการเปลี่ยนแปลงเชิงมุมและระยะทาง เมื่อนำแม่เหล็กเข้าใกล้ตัวรับรู้ฮอลล์
ความต่างศักย์จะมีค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับทิศของสนามแม่เหล็ก
คือถ้านำขั้วใต้เข้าใกล้ ความต่างศักย์จะมีค่าเพิ่มขึ้น แต่ถ้านำขั้วเหนือเข้าใกล้
ความต่างศักย์จะมีค่าลดลงโดยในการทดลองที่1
เมื่อเราวัดค่าแรงดันจากมุมที่เปลี่ยนแปลงทีละ 10° จะเห็นว่าที่มุม 50° จะมีแรงดันสูงที่สุดเท่ากับ 3.548 volt และที่มุม
290° จะมีแรงดันน้อยที่สุดเท่ากับ 0.462 volt และในการทดลองที่2
เราวัดระยะเชิงเส้นโดยวางแม่เหล็กทำมุม 90° จะเห็นว่าที่ 0 มิลลิเมตร
หรือบริเวณที่แม่เหล็กอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางมากที่สุดก็จะมีค่าแรงดันสูงที่สุดเท่ากับ
3.563 volt
วิจารณ์ผลการทดลอง
จากการทดลองที่1และการทดลองที่2
เราสามารถนำผลที่วัดและบันทึกได้มาพล็อตกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างมุมองแม่เหล็กกับแรงดันเอ้าพุตของsensorที่วัดได้
ซึ่งจากการทดลองอาจมีค่าที่ผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนอันเนื่องมาจากในการวัดค่าแรงดันนั้นค่าที่แสดงบนโวลต์มิเตอร์นั้นไม่หยุดนิ่งผู้ทำการทดลองจึงต้องประมาณค่าเพื่อบันทึกผล
ซึ่งผลที่ได้นี้เมื่อนำไปพล็อตกราฟต่อไปจึงทำให้กราฟที่พล็อตได้นั้นอาจจะมีความคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย









ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น